Victory L. O. V. E. Part 13 (SeungRi VS G-Dragon)
posted on 13 May 2009 15:53 by victorylove in Fiction
Warning : เรื่องนี้เป็นฟิคเกี่ยวกับชายรักชายนะคะ ถ้ารับไม่ได้ก็ปิดไปเถอะค่ะ
Part 13
1 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ หลังจบคอนเสิร์ต YG Family (done)
.
.
.
.
.
“งั้นแบบนี้แทนได้รึเปล่า”
ไม่ใช่แค่เพียงคำพูดแต่ด้วยการกระทำ เทมโปคว้าเอวคนตัวเล็ก แค่ดึงเบา ๆ ก็ทำให้คนตัวบางลอยมากระทบแผงอกแกร่ง เสื้อกันหนาวตัวโตถูกเหวี่ยงคลุมลงบนแผ่นหลังกว้าง ก่อนที่แขนข้างที่ไม่ได้โอบคนตัวเล็กจะจัดการดึงชายเสื้อซ้ายขวาเข้ามาห่อตัวเองไว้พร้อมกับร่างเล็กที่ยังคงอยู่ในสภาวะงงงัน
“ทำอะไรของนายห๊ะ” พอพ้นจากอาการตกตะลึง ร่างเล็กก็ดิ้นขลุกขลัก ๆ อยู่บนตักของร่างสูง หรือจะอธิบายให้ชัดกว่านี้น่าจะเรียกว่าอยู่ในอ้อมกอดจะเข้าใจง่ายกว่า
“นั้นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ฮยองจะเอายังไงกับผมกัน”
เทมโปไม่พูดเปล่า แขนแกร่งที่เคยโอบเอวบางหลวม ๆ ถูกกอดกระชับแน่นขึ้น เหมือนกับว่าเสียงโวยวายเมื่อครู่ไม่ได้สะกิดเข้ารูหูเค้าสักนิด
“อะไรก็ไม่ได้ทั้งนั้นแหละเว๊ย” ยิ่งกอดแน่นซองเบคคยองก็ยิ่งดิ้น ให้ตายเหอะ แรงคนจริง ๆ ใช่มั้ย เผลอนึกว่าแรงควาย
เค้าพยายามยันตัวเองลุกขึ้นแต่กลับดูเหมือนว่าจะเสียแรงเปล่าซะทุกครั้งไป จนเค้าเริ่มทนไม่ไหวเงยหน้าขึ้นไปทางด้านหลังเพื่อตะโกนใส่ร่างสูง และเค้าสาบานให้โอจินฮวา(?)ข้อเท้าเคล็ดเลยก็ได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
พอเงยหน้าขึ้น หน้าของเค้าก็แทบจะปะทะกับหน้าของร่างสูงที่น่าสงสัยว่าจะรอโอกาสนี้อยู่แล้ว ใบหน้าของทั้งสองอยู่ห่างกันไม่ถึงสองเซนด้วยซ้ำ
ดวงตาเรียวเล็กเบิกออกกว้างและชะงักงัน ไม่มีถ้อยคำใดหลุดออกมาจากปากเรียวแม้แต่น้อย ดวงตาคมเข้มจับจ้องบนดวงหน้าหวานมุมปากยกยิ้มน้อย ๆ อย่างมีความหมาย ลมหายใจอุ่นรินรดลงบนแก้มขาวเนียนจุดใบหน้าขาวขึ้นสีชมพูระเรื่ออย่างไม่รู้ตัว ‘ไอ่รุ่นน้องเวรนี่ คิดอะไรกับกรูป่ะเนี่ย’
“กรูไม่ใช่เด็กนะโว๊ย!!! ปล่อย!!!!!!!!” สะบัดหน้าที่ร้อนผ่าวหนีลงมาพร้อมกับดิ้นรนหาทางรอดให้กับตัวเองต่อไป
“แต่มันหนาว เดี๋ยวพี่จะไม่สบายเอานะ”
“กรูยอมแข็งไปถึงไส้ติ่งดีกว่านั่งซุกตักผู้ชายอยู่อย่างนี้เฟ้ย”
“อย่าดื้อนักสิฮะ ฮยองทำตัวอย่างกับเด็ก”
ปึด -___-* ‘เด็ก’ ปึดปึด ‘ดื้อ’ .....อา.....เสียดสี ทิ่มแทง เจ็บปวด ครั้งสุดท้ายเท่าที่จำได้ ไอ้คนที่พูดคำพวกนี้กับเค้าได้กลายเป็นศพโดยสมบูรณ์ (เหรอ)
“ ปล่อย – กรู – เดี๋ยว – นี้ ” เน้นย้ำชัดถ้อยชัดคำ โดยหวังว่าสมองกลวง ๆ ของกอลิล่าจะได้ซึมซับความหมายของคำพูดเค้าได้ง่ายขึ้น ขีดอารมณ์ของเบคคยองพุ่งเข้าสู่เรดโซน แขนขาสะบัดทุบใส่ร่างสูง โดยรวมแล้วคำว่าเด็กดื้อก็ดูจะไม่ห่างไกลจากคนร่างเล็กนี้เท่าไร
ซึงฮยอนปล่อยมือที่ดึงชายเสื้อกันหนาวออกมารวบแขนร่างเล็กไว้ก่อนที่จะเลื่อนมืออีกข้างหนึ่งมากดไว้ที่ต้นขาของอีกคน
“ถ้าฮยองยังไม่หยุด ผมจะทำมากกว่านี้นะ”
ทำมากกว่านี้ O__O มากกว่านี้!!! ยังมากกว่านี้ได้อีกเหรอ O[]O!! สถานะการณ์ไร้ซึ่งความปกติถึงขีดสุด ไอ้เด็กนี่ดูเหมือนจะคิดไม่ซื่อกับเค้าซะแล้ว
คนตัวเล็กยังคงดิ้นไม่หยุด จะให้เค้าหยุดดิ้นได้ยังไง ก็พฤติกรรมมันส่อเค้าไม่น่าไว้วางใจซะขนาดนี้ และเมื่อคนตัวเล็กยังดื้อดึง คำพูดก็ไม่ใช่เพียงแค่คำขู่ ทีโอพีดึงแผ่นหลังของคนตัวเล็กเบียดเข้าชิดกับอกกว้าง เสื้อยืดตัวบางไม่สามารถกางกั้นความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างสูงได้แม้แต่น้อย
ไม่ว่าอุณหภูมิข้างนอกจะหนาวเพียงไรแต่ร่างกายของซองเบคคยองกลับร้อนจนแทบไหม้ แม้ลมหายใจยังคงสร้างไอขาวให้ลอยวนอ้อยอิ่งอยู่ตรงหน้าเค้า แต่ใบหน้าขาวกลับร้อนผ่าวด้วยการกระทำของอีกคน คนตัวเล็กแน่นิ่งไปทันใด บางทีการทำตัวนิ่ง ๆ ไว้อาจจะเป็นการกระทำที่ฉลาดที่สุด ณ วินาทีนี้ก็เป็นได้
ร่างสูงชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นคนเป็นพี่(กว่ามาก)นิ่งเงียบไป แล้วก็อดไม่ได้ที่จะฉีกรอยยิ้มกว้าง ก็นะ พอเห็นว่าตัวเองเสียเปรียบสู้เค้าไม่ได้แน่ ๆ ก็เลยทำตัวว่าง่ายทันทีเชียวนะ ^__^ คนอะไรน่ารักเป็นบ้า ทำตัวอย่างนี้ใครมันจะไปอดใจไหว
ลมอุ่นถูกเป่ากระทบใบหู ทำเอาคนที่นั่งนิ่งตั้งแต่เมื่อกี้ตัวสั่นสะท้านเพราะโดนจุดที่ไหวต่อความรู้สึก เล่นเอาคนตัวโตชอบอกชอบใจกับสิ่งที่ตัวเองเพิ่งค้นพบ ใบหน้าคมคายยังคงคลอเคลียอยู่ข้างใบหูไม่ห่าง เบ๊กกี้ร้อนวาบไปทั้งตัวใบหน้าขาวที่บัดนี้ฉาบไปด้วยสีแดงจัดกำลังก้มงุด ๆ เพื่อหนีการกระทำของอีกคน ในใจก็นึกคาดโทษความอ่อนแอของตัวเอง แบบนี้อยู่ให้แฟนคลับรุมสะกำยังจะสุขใจกว่าที่ต้องมาทนอยู่ในสภาพแบบนี้
ริมฝีปากหยักได้รูปเม้มลงที่ใบหูเล็ก ทำเอาร่างบางอ่อนยวบและแทบหมดเรี่ยวแรง ก่อนที่จะสะดุ้งตัวโยนเมื่อเรียวลิ้นสัมผัสลงที่หลังใบหูอย่างที่คนถูกกระทำก็รู้ว่านั้นเต็มไปด้วยความจงใจ
“อ๊ะ” ร่างบางผวาวาบเผลอครางออกมาเบา ๆ เมื่อซึงฮยอนเม้มลงที่ใบหูเค้าอีกครั้ง น่าอายชะมัดทำไมเค้าต้องความรู้สึกไวแบบนี้ด้วยนะ น่าโมโหเสียจริงรู้จักกันมาตั้งนานทำไมเค้าไม่เคยรู้เลยว่าไอ้เด็กนี่มันเบี่ยงเบน แถมสถานะการณ์ตอนนี้ก็ดูไม่น่าไว้วางใจเป็นที่สุด
.
.
.
.
.
"ฮึก ฮึก ฮึก" เสียงสะอื้นบางเบาดังออกมาจากคนร่างเล็ก แต่ถึงจะเบายังไงแต่นั่นก็เพียงพอให้คนที่อยู่ใกล้จนแทบจะรวมเป็นคนคนเดียวกันได้ยินชัดเจน
ร่างสูงเปิดตากว้าง อ้อมแขนที่เคยกอดแน่นถูกคลายออกด้วยความกังวล ใบหน้าหล่อเหลาซีดลงทันใดเมื่อแน่ใจว่าเสียงสะอื้นที่ได้ยินดังมาจากอีกคนไม่ผิดแน่ และดูท่าจะดังขึ้นเรื่อย ๆ
ซึงฮยอนพยายามเอียงมองใบหน้าร่างเล็ก แต่มันกลับยากเกินไปเมื่ออีกคนได้แต่เบี่งหน้าหนี เอียงซ้ายก็เบี่ยงขวา เอียงขวาก็เบี่ยงซ้าย เหมือนกับว่าชาตินี้อย่าได้มาพบมาเจอกันอีกเลย
'อ๊ากกกกกกก........ อะไรกันนี่เค้ายังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ' (นี่ขนาดยังไม่ได้ทำนะ ---> ยุ่งแต่เรื่องของตัวเองเฮอะ : ซึงฮยอน -__-*)
เทมโปเริ่มเก้ ๆ กัง ๆ เมื่อไม่รู้จะทำตัวอย่างไร สองมือเลื่อนขึ้นมาจับไหล่ของร่างบาง รับรู้ได้ชัดเจนถึงอาการสั่นน้อย ๆ จากแรงสะอื้น หัวใจดวงโตชาวาบเจ็บเหมือนมีใครเอาก้อนหินหนัก ๆ ทุบลงที่อกข้างซ้าย
"ขอโทษ ฮยอง ผมขอโทษ" คำขอโทษที่เต็มไปด้วยน้ำเสียงสำนึกผิดถูกกล่าวซ้ำไปซ้ำมา ใบหน้าเรียวเบี่ยงหลบไปอีกทางเมื่อใบหน้าคมคายยังคงก้มลงมามอง หยดน้ำอุ่นไหลลงกระทบหลังมือที่จับอยู่บนไหล่บาง เล่นเอาหน้าที่ซีดอยู่แล้วยิ่งซีดหนักเข้าไปอีก มือไม้ก็ไม่รู้จะเอาไปวางไว้ที่ไหนจะจับจะปลอบก็กลัวคนตัวเล็กจะยิ่งร้องไห้หนักเข้าไปอีก
.
.
.
'อ๊ะ อ๊ะ บทอะไรกันฟระ โค-ตรจะเคะ นอกจากจะถูกกระทำ แล้วยังมีร้องไห้สะอึกสะอื้นอีก ปวดจิตชิบ ขอบอกให้รู้แมน ๆ (?) แบบเบคคยองไม่ทำตัวเคะไปเรื่อยหรอกนะ' เบคคยองก้มหน้านิ่งแต่ในใจกำลังเบิกบาน นี่ถ้าได้เสนอชื่อเข้าชิงรางวัลดารานำชาย(?)ยอดเยี่ยมละก็ รางวัลแดซางปีนี้คงไม่พ้นมือเค้าเป็นแน่
เมื่อเทมโปทำอะไรไม่ถูก มีหรือเบคคยองจะปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยไป เบ็กกี้กระโดดลงจากตักของร่างสูงพร้อมกับทิ้งส้นเท้าทั้งสองข้างลงบนปลายเท้าของอีกคนเต็มแรง ทำเอาเทมโปที่ไม่ทันตั้งตัวเพราะมัวแต่ห่วงรุ่นพี่ร้องจ๊ากออกมาทันที เจ็บ T__T เจ็บจนน้ำตาเล็ด และถ้าหวังให้เบคคยองพอแค่นั้นละก็ ฝันให้เท็ดดี้มันจูบกับอิมแทบินยังน่าจะเป็นไปได้มากกว่า พอลงมาได้เบ็กกี้ก็ไม่ลืมดันศอกไปด้านหลังกระแทกเสยคางมนแบบไร้ซึ่งความปราณี จุดใบหน้าคมให้ขึ้นเขียวด้วยความเจ็บปวด
"เยส!!!" เบ็กกี้ออกเสียงอย่างพออกพอใจก่อนจะหันไปสำรวจผลงานของตัวเองด้วยความสะใจ ร่างสูงที่กำลังนั่งกุมเท้าตัวเองกับรอยแดงที่ใต้คางนั่น ช่างเรียกความเบิกบานใจให้กับซองเบคคยองเสียจริง
เทมโปเงยหน้าขึ้นมองร่างเล็กทั้ง ๆ ที่มือทั้งสองข้างยังคงบีบกำปลายเท้าเพื่อบรรเทาอาการปวด ดวงคมเข้มที่ส่งมาเต็มไปด้วยแววตัดพ้อและน้อยใจ ทำเอาเบคคยองแทบ..................ตีลังกาเอาหัวโขกพื้น
'เฮ้ เฮ้! เฮ้!!!!' หยุดทำสายตาแบบนั้นนะ กรูผิดรึไงที่ทำแบบนี้ กรูต้องปกป้องสวัสดิภาพของตัวกรูเองสิ ถึงเมิงตั้งใจจะดูแลกรู(ด้วยวิธีที่กรูรับไม่ได้) แต่เจตนาเมิงไม่บริสุทธิ์นี่หว่า อย่ามาทำท่าทางน้อยเนื้อต่ำใจให้กรูรู้สึกผิดได้มั้ยว่ะ
เทมโปยังคงนั่งนิ่งอยู่บนม้านั่ง สองมือยังคงสติลนวดและกำปลายเท้าเพื่อคลายความเจ็บ สลับกับยกมือขึ้นสัมผัสรอยแดงใต้คางบ้างเป็บครั้งคราว ทำเอาคนไม่ผิด รู้สึกสำนึกผิดขึ้นมาซะอยางนั้น
"เฮ้อ" คนร่างเล็กถอนหายใจเฮืกใหญ่ มือบางเคลื่อนมาสัมผัสลงบนกลุ่มผมนุ่ม เลื่อนขึ้นลงเบา ๆ อย่างปลอบประโลม เทมโปหยุดการกระทำทุกอย่างเงยหน้ามองคนเป็นพี่ที่ยังคงลูบหัว และมองเค้าด้วายตาอ่อนใจ
ก็เพราะอย่างนี้ เพราะพี่เป็นแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นเมื่อก่อนหรือเดี๋ยวนี้ มันเลยทำให้ผมไม่สามารถมองไปทิศทางอื่นที่ปราศจากพี่ได้เลยสักครั้ง 'ผมรักพี่' เมื่อไหร่ผมจะกล้าพูดมันสักที
'หยุด - มอง - ฉัน - ด้วยสายตาแบบนั้นนะ' เบคคยองกรีดร้องในใจเมื่ออีกคนกำลังทำสายตาแบ๊ว ๆ และใสซื่อ ตาเข้ม ๆ นั่นไม่มีแววของความน่ากลัวแม้แต่น้อย มันเหมือนแววตาของลูกหมาที่กำลังอ้อนขอความรักยังไงยังงั้น เทมโปกางมือทั้งสองข้างออกโดยยังใช้สายตาเว้าวอนมองหน้ารุ่นพี่ไม่หยุด 'ขอกอดหน่อย' ภาษากายนั่นอ่านได้แบบนั้นเท่านั้น
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ไอ้กอลิล่าพันธ์ไซบีเรียฮัสกี้สมองล้มเหลว เห็นกรูใจดีเข้าหน่อยจะขออะไรก็ได้รึไงกัน ไม่มีทางโว๊ยยยยยยยยยยยยย ไปลงนรกซะ
ซึงฮยอนยังคงไม่พูดอะไร แต่ดวงตาเว้าวอนยังคงส่งมาไม่หยุด เหมือนกับมีคำว่า นะ นะ นะ นะฮะ ส่งออกมาไม่หยุดทั้งที่ยังไม่ได้เอ่ยปากพูดด้วยซ้ำ ทำเอาอีกคนนหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาซะอย่างนั้น
"..........." นะ
"..........." ไม่
"..........." นะฮะ
"..........." ไม่โว๊ย
"..........." น้าาาาา
"..........." อยากร้องไห้ TT__TT
เงียบ ไม่มีใครพูดอะไรทั้งสิ้นแต่ทำไมเบคคยองกลับรู้สึกว่าตัวเองถูกรุกไม่หยุดอย่างประหลาด ไอ่สายตาที่มีคำว่า นะ นะ นะ นะฮะ ออกมาเป็นร้อย ๆ คำนั่นเป็นใครก็ต้องมองออก(เหรอ)
ขัดแย้งตัวเองอยู่ในใจแต่เท้ากลับถูกลากอย่างช้า ๆ ด้วยฝีมือของตัวเองเข้าไปใกล้คนตัวสูง จะรู้ตัวอีกทีว่าตนเองเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ก็ตอนที่อ้อมแขนอุ่นถูกโอบรอบเองบาง และมีใบหน้าของอีกคนแนบอยู่ที่ตัวเค้า มือบางยังคงลูบไล้ลงบนนเส้นผมสีดำขลับไม่หยุด
ไม่เข้าใจ ไม่เคยเข้าใจตัวเองสักครั้ง ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งเค้าก็ไม่สามารถปล่อยคนเอาแต่ใจคนนี้ไว้ได้เลย ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกันจนกระทั้งวินาทีนี้ เหมือนกับมีแรงดึงดูดบางอย่างระหว่างเรา
แรงดึงดูดประหลาดที่อธิบายมันได้ด้วยคำว่า 'โชคชะตา' เบคคยองเลื่อนแขนมาโอบรอบคอร่างสูง เอาว่ะเราก็พี่น้องกัน อย่างน้อยความอบอุ่นที่ได้รับคงช่วยให้เค้าอยู่รอดจนกระทั้งบรรดาเพื่อนที่เคารพจะมารับพวกเค้า
.
.
.
"วู้ วู้ เบ็กกี้ เบคคยองงงงงงงง ท๊อปปปปปปปปป" ทั้งสองคนหันมองไปทางต้นเสียง ต้นเสียงที่มีแต่เสียง เบ็กกี้ผละออกจากร่างสูงทันควันนึกได้ว่าตัวเองหลวมตัวทำอะไรไปหน้ามันก็เลยแดงขึ้นมาซะเฉย ๆ ผิดกับอีกคนที่กำลังหน้าระรื่นและแอบผิดหวังเล็ก ๆ ที่พวกนั้นมาเร็วเกินไป
"วู้ววววววว ไอ้เตี้ย" ชัดเจน เสียงประสานของไอ้หมีกับจินฮวา ด่าพ่อด่าแม่ยังพอคบ นี่เล่นล้อส่วนสูงกรูเดี๋ยวก็ตบให้น้ำในหูไม่เท่ากัน =__=
"กอลิล่า วู้ววววววว ท๊อปฮยอง"
เพื่อลดเวลา พวกเราที่อยู่กับที่จึงตัดสินใจวิ่งไปตามเสียงเรียก ก่อนที่พวกนั้นจะหลอดลมแตกพิการทางเสียงกันไปซะก่อน และที่สำคัญก่อนที่พวกมันจะสรรหาคำเรียกได้เจ็บกว่านี้
"พี่ครับ พี่ครับ พวกเค้าอยู่นั่น" เสียงแทยังเรียกทุกคนให้ดูผมกับเทมโปที่กำลังวิ่งอย่างเหนื่อยหอบเข้าหาพวกนั่น สภาพช่างแตกต่างแกกันสิ้นเชิงเมื่ออีกฝ่ายกำลังเดินชมดาวชมเดือนแถมในมือยังถือโอเด้งกันคนละสองสามไม้ ยกเว้นเท็ดดี้ที่ผมคาดว่ามันคงเหมามาทั้งร้าน สาบานเหอะว่าพวกมันห่วงผมสองคน
เพื่อน 1 tym เดินเข้ามาดูสภาพของเค้า เท็ดดี้พยายามยื่นถุงโอเด้งให้เค้าเป็นเชิงขอโทษที่มันไม่ได้ดูแลผมตอนออกจากเวที เค้าก็เลยส่งสายตาตำหนิกลับไป
"เห็นว่ากรูเป็นพวกเห็นแก่กินรึไง"
"ขอโทษน้าาาา กรูผิดไปแล้ว" เท็ดดี้มันพูดพร้อมกับก้มหัวลงมา เค้าเลยได้โอกาสตบหัวทุย ๆ มันทีนึงก่อนที่จะกระชากถุงโอเด้งออกมาจากมือของมัน 555+ เริ่มอารมณ์ดีขึ้นมาทันใด
"เอ่อกรูยกโทษให้ กลับบ้านกันเถอะว่ะ กรูเหนื่อย" พูดจบก็หยิบโอเด้งขึ้นมากัดสองไม้รวดแบบไม่สงสารขนาดปากของตัวเอง ทำเอาโอจินฮวาและอิมแทบินหัวเราะไปกับท่าทางน่ารักของเพื่อนตัวเล็ก ก่อนที่เท็ดดี้จะถูกตบซ้ำลงบนมือที่ยื่นมาขอโอเด้งที่ตนเองบอกว่าซื้อมาเป็นของขอโทษ แล้วทุก ๆ คนก็ค่อยทยอยเดินมากันมาที่รถ
ซึงฮยอนดูจะไม่น่าเป็นห่วงสำหรับน้องในวงเท่าไหร่ ก็เรื่อง อึก ทึก และโง่(?) มันเป็นคุณสมบัติของพี่แกอยู่แล้วนี่หน่า เทมโปมองตามหลังรุ่นพี่ในใจภาวนาให้คนข้างหน้าหันมา 'หันมา หันมา หันมาหน่อยสิฮะ หันมา' แล้วก็หันมาจริง ๆ!!!! แต่เป็นอิมแทบินต่างหากที่หันมาเห็นจัง ๆ
ทุกคนหยุดเดินเมื่ออิมแทบินเดินกลับไปประจันหน้ากับเทมโป แทบินจ้องหน้าเทมโปแว่บหนึ่งก่อนที่จะเอ่ยปากออกมา "เบ็กกี้ มานี่หน่อยดิ" เล่นเอาคนตัวเล็กสะดุ้งโหยง จ้องหน้าเทมโปแล้วมาเรียกกรูทำไมฟระแต่เค้าก็ยอมเดินไปหาแต่โดยดี
"อะ" แทบินหยิบโอเด้งจากเบ็กกี้ยื่นส่งให้เทมโป "เห็นจ้องอยู่ตั้งนานอยากกินทำไมไม่บอกว่ะ"
เทมโปทำหน้างง ๆ ยื่นมือออกมารับโอเด้งแต่โดยดี ก่อนที่แดซองจะเริ่มขำและทุกคนก็ไม่สามารถห้ามเสียงหัวเราะของตัวเองได้อีกต่อไป แล้วค่ำคืนนี้ก็จบลงไปด้วยเสียงหัวเราะ
100% TBC
ก้มกราบขออภัย แล้วก็วิ่งหนีไปด้วยความเร็วแสง ฟิ้ว
**edit talk
ชักจะเหมือนฟิค 1 tym เข้าไปทุกวัน 555+ อีก 60% ก็ยังคงมีแต่เรื่องของเทมเบคล้วน ๆ แต่ตอนหน้าเป็นซึงจีแน่นอนค่ะ แต่ว่า แต่...... (เฮอ เฮอ หัวเราะแบบคนโรคจิต) แล้วตอนหน้าก็มีตัวละครใหม่ด้วยนะคะ แถมยังมีเซอไพรส์ให้คนชอบยองเบด้วย
ปล. มีความสุขกับการอ่านฟิคนี้นะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ
ปล.2 เม้นให้กันก่อนออกไปนะคะ เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์มีแรงใจแต่งต่อ หรือจะเป็นติชมก็ได้ค่ะยินดีรับฟังทุกอย่างค่ะ บายบาย