Victory L. O. V. E. Part 13 (SeungRi VS G-Dragon)

posted on 13 May 2009 15:53 by victorylove  in Fiction

Warning : เรื่องนี้เป็นฟิคเกี่ยวกับชายรักชายนะคะ  ถ้ารับไม่ได้ก็ปิดไปเถอะค่ะ




Part 13





1    สัปดาห์ก่อนหน้านี้      หลังจบคอนเสิร์ต YG Family (done)

.


.


.


.


.


“งั้นแบบนี้แทนได้รึเปล่า”





ไม่ใช่แค่เพียงคำพูดแต่ด้วยการกระทำ  เทมโปคว้าเอวคนตัวเล็ก แค่ดึงเบา ๆ ก็ทำให้คนตัวบางลอยมากระทบแผงอกแกร่ง เสื้อกันหนาวตัวโตถูกเหวี่ยงคลุมลงบนแผ่นหลังกว้าง  ก่อนที่แขนข้างที่ไม่ได้โอบคนตัวเล็กจะจัดการดึงชายเสื้อซ้ายขวาเข้ามาห่อตัวเองไว้พร้อมกับร่างเล็กที่ยังคงอยู่ในสภาวะงงงัน





“ทำอะไรของนายห๊ะ”  พอพ้นจากอาการตกตะลึง  ร่างเล็กก็ดิ้นขลุกขลัก ๆ อยู่บนตักของร่างสูง  หรือจะอธิบายให้ชัดกว่านี้น่าจะเรียกว่าอยู่ในอ้อมกอดจะเข้าใจง่ายกว่า 





“นั้นก็ไม่ได้  นี่ก็ไม่ได้  ฮยองจะเอายังไงกับผมกัน” 




เทมโปไม่พูดเปล่า  แขนแกร่งที่เคยโอบเอวบางหลวม ๆ ถูกกอดกระชับแน่นขึ้น  เหมือนกับว่าเสียงโวยวายเมื่อครู่ไม่ได้สะกิดเข้ารูหูเค้าสักนิด





“อะไรก็ไม่ได้ทั้งนั้นแหละเว๊ย”  ยิ่งกอดแน่นซองเบคคยองก็ยิ่งดิ้น  ให้ตายเหอะ แรงคนจริง ๆ ใช่มั้ย  เผลอนึกว่าแรงควาย  





เค้าพยายามยันตัวเองลุกขึ้นแต่กลับดูเหมือนว่าจะเสียแรงเปล่าซะทุกครั้งไป  จนเค้าเริ่มทนไม่ไหวเงยหน้าขึ้นไปทางด้านหลังเพื่อตะโกนใส่ร่างสูง  และเค้าสาบานให้โอจินฮวา(?)ข้อเท้าเคล็ดเลยก็ได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ






พอเงยหน้าขึ้น  หน้าของเค้าก็แทบจะปะทะกับหน้าของร่างสูงที่น่าสงสัยว่าจะรอโอกาสนี้อยู่แล้ว  ใบหน้าของทั้งสองอยู่ห่างกันไม่ถึงสองเซนด้วยซ้ำ






ดวงตาเรียวเล็กเบิกออกกว้างและชะงักงัน ไม่มีถ้อยคำใดหลุดออกมาจากปากเรียวแม้แต่น้อย  ดวงตาคมเข้มจับจ้องบนดวงหน้าหวานมุมปากยกยิ้มน้อย ๆ อย่างมีความหมาย  ลมหายใจอุ่นรินรดลงบนแก้มขาวเนียนจุดใบหน้าขาวขึ้นสีชมพูระเรื่ออย่างไม่รู้ตัว  ‘ไอ่รุ่นน้องเวรนี่ คิดอะไรกับกรูป่ะเนี่ย’






“กรูไม่ใช่เด็กนะโว๊ย!!!  ปล่อย!!!!!!!!”  สะบัดหน้าที่ร้อนผ่าวหนีลงมาพร้อมกับดิ้นรนหาทางรอดให้กับตัวเองต่อไป





“แต่มันหนาว  เดี๋ยวพี่จะไม่สบายเอานะ”





“กรูยอมแข็งไปถึงไส้ติ่งดีกว่านั่งซุกตักผู้ชายอยู่อย่างนี้เฟ้ย”





“อย่าดื้อนักสิฮะ  ฮยองทำตัวอย่างกับเด็ก”






ปึด  -___-*  ‘เด็ก’  ปึดปึด  ‘ดื้อ’  .....อา.....เสียดสี  ทิ่มแทง  เจ็บปวด   ครั้งสุดท้ายเท่าที่จำได้  ไอ้คนที่พูดคำพวกนี้กับเค้าได้กลายเป็นศพโดยสมบูรณ์ (เหรอ)






“ ปล่อย – กรู – เดี๋ยว – นี้ ” เน้นย้ำชัดถ้อยชัดคำ โดยหวังว่าสมองกลวง ๆ ของกอลิล่าจะได้ซึมซับความหมายของคำพูดเค้าได้ง่ายขึ้น  ขีดอารมณ์ของเบคคยองพุ่งเข้าสู่เรดโซน  แขนขาสะบัดทุบใส่ร่างสูง  โดยรวมแล้วคำว่าเด็กดื้อก็ดูจะไม่ห่างไกลจากคนร่างเล็กนี้เท่าไร






ซึงฮยอนปล่อยมือที่ดึงชายเสื้อกันหนาวออกมารวบแขนร่างเล็กไว้ก่อนที่จะเลื่อนมืออีกข้างหนึ่งมากดไว้ที่ต้นขาของอีกคน






“ถ้าฮยองยังไม่หยุด  ผมจะทำมากกว่านี้นะ”






ทำมากกว่านี้ O__O  มากกว่านี้!!!  ยังมากกว่านี้ได้อีกเหรอ O[]O!!  สถานะการณ์ไร้ซึ่งความปกติถึงขีดสุด  ไอ้เด็กนี่ดูเหมือนจะคิดไม่ซื่อกับเค้าซะแล้ว






คนตัวเล็กยังคงดิ้นไม่หยุด  จะให้เค้าหยุดดิ้นได้ยังไง  ก็พฤติกรรมมันส่อเค้าไม่น่าไว้วางใจซะขนาดนี้  และเมื่อคนตัวเล็กยังดื้อดึง คำพูดก็ไม่ใช่เพียงแค่คำขู่  ทีโอพีดึงแผ่นหลังของคนตัวเล็กเบียดเข้าชิดกับอกกว้าง  เสื้อยืดตัวบางไม่สามารถกางกั้นความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างสูงได้แม้แต่น้อย







ไม่ว่าอุณหภูมิข้างนอกจะหนาวเพียงไรแต่ร่างกายของซองเบคคยองกลับร้อนจนแทบไหม้  แม้ลมหายใจยังคงสร้างไอขาวให้ลอยวนอ้อยอิ่งอยู่ตรงหน้าเค้า  แต่ใบหน้าขาวกลับร้อนผ่าวด้วยการกระทำของอีกคน  คนตัวเล็กแน่นิ่งไปทันใด  บางทีการทำตัวนิ่ง ๆ ไว้อาจจะเป็นการกระทำที่ฉลาดที่สุด ณ วินาทีนี้ก็เป็นได้






ร่างสูงชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นคนเป็นพี่(กว่ามาก)นิ่งเงียบไป  แล้วก็อดไม่ได้ที่จะฉีกรอยยิ้มกว้าง  ก็นะ  พอเห็นว่าตัวเองเสียเปรียบสู้เค้าไม่ได้แน่ ๆ ก็เลยทำตัวว่าง่ายทันทีเชียวนะ  ^__^  คนอะไรน่ารักเป็นบ้า  ทำตัวอย่างนี้ใครมันจะไปอดใจไหว






ลมอุ่นถูกเป่ากระทบใบหู  ทำเอาคนที่นั่งนิ่งตั้งแต่เมื่อกี้ตัวสั่นสะท้านเพราะโดนจุดที่ไหวต่อความรู้สึก เล่นเอาคนตัวโตชอบอกชอบใจกับสิ่งที่ตัวเองเพิ่งค้นพบ  ใบหน้าคมคายยังคงคลอเคลียอยู่ข้างใบหูไม่ห่าง เบ๊กกี้ร้อนวาบไปทั้งตัวใบหน้าขาวที่บัดนี้ฉาบไปด้วยสีแดงจัดกำลังก้มงุด ๆ เพื่อหนีการกระทำของอีกคน  ในใจก็นึกคาดโทษความอ่อนแอของตัวเอง แบบนี้อยู่ให้แฟนคลับรุมสะกำยังจะสุขใจกว่าที่ต้องมาทนอยู่ในสภาพแบบนี้





ริมฝีปากหยักได้รูปเม้มลงที่ใบหูเล็ก  ทำเอาร่างบางอ่อนยวบและแทบหมดเรี่ยวแรง ก่อนที่จะสะดุ้งตัวโยนเมื่อเรียวลิ้นสัมผัสลงที่หลังใบหูอย่างที่คนถูกกระทำก็รู้ว่านั้นเต็มไปด้วยความจงใจ





“อ๊ะ”  ร่างบางผวาวาบเผลอครางออกมาเบา  ๆ เมื่อซึงฮยอนเม้มลงที่ใบหูเค้าอีกครั้ง  น่าอายชะมัดทำไมเค้าต้องความรู้สึกไวแบบนี้ด้วยนะ น่าโมโหเสียจริงรู้จักกันมาตั้งนานทำไมเค้าไม่เคยรู้เลยว่าไอ้เด็กนี่มันเบี่ยงเบน  แถมสถานะการณ์ตอนนี้ก็ดูไม่น่าไว้วางใจเป็นที่สุด

.



.



.



.



.

 

"ฮึก  ฮึก  ฮึก" เสียงสะอื้นบางเบาดังออกมาจากคนร่างเล็ก  แต่ถึงจะเบายังไงแต่นั่นก็เพียงพอให้คนที่อยู่ใกล้จนแทบจะรวมเป็นคนคนเดียวกันได้ยินชัดเจน

 

 

ร่างสูงเปิดตากว้าง  อ้อมแขนที่เคยกอดแน่นถูกคลายออกด้วยความกังวล  ใบหน้าหล่อเหลาซีดลงทันใดเมื่อแน่ใจว่าเสียงสะอื้นที่ได้ยินดังมาจากอีกคนไม่ผิดแน่  และดูท่าจะดังขึ้นเรื่อย ๆ

 

 

 

ซึงฮยอนพยายามเอียงมองใบหน้าร่างเล็ก  แต่มันกลับยากเกินไปเมื่ออีกคนได้แต่เบี่งหน้าหนี  เอียงซ้ายก็เบี่ยงขวา  เอียงขวาก็เบี่ยงซ้าย  เหมือนกับว่าชาตินี้อย่าได้มาพบมาเจอกันอีกเลย

 

 

 

'อ๊ากกกกกกก........  อะไรกันนี่เค้ายังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ'  (นี่ขนาดยังไม่ได้ทำนะ ---> ยุ่งแต่เรื่องของตัวเองเฮอะ : ซึงฮยอน -__-*)

 

 

 

เทมโปเริ่มเก้ ๆ กัง ๆ เมื่อไม่รู้จะทำตัวอย่างไร  สองมือเลื่อนขึ้นมาจับไหล่ของร่างบาง  รับรู้ได้ชัดเจนถึงอาการสั่นน้อย ๆ จากแรงสะอื้น  หัวใจดวงโตชาวาบเจ็บเหมือนมีใครเอาก้อนหินหนัก ๆ ทุบลงที่อกข้างซ้าย

 

 

 

"ขอโทษ  ฮยอง  ผมขอโทษ"  คำขอโทษที่เต็มไปด้วยน้ำเสียงสำนึกผิดถูกกล่าวซ้ำไปซ้ำมา  ใบหน้าเรียวเบี่ยงหลบไปอีกทางเมื่อใบหน้าคมคายยังคงก้มลงมามอง  หยดน้ำอุ่นไหลลงกระทบหลังมือที่จับอยู่บนไหล่บาง  เล่นเอาหน้าที่ซีดอยู่แล้วยิ่งซีดหนักเข้าไปอีก  มือไม้ก็ไม่รู้จะเอาไปวางไว้ที่ไหนจะจับจะปลอบก็กลัวคนตัวเล็กจะยิ่งร้องไห้หนักเข้าไปอีก

 

.

 

.

 

.

 

 

'อ๊ะ  อ๊ะ  บทอะไรกันฟระ  โค-ตรจะเคะ นอกจากจะถูกกระทำ แล้วยังมีร้องไห้สะอึกสะอื้นอีก ปวดจิตชิบ ขอบอกให้รู้แมน ๆ (?) แบบเบคคยองไม่ทำตัวเคะไปเรื่อยหรอกนะ'  เบคคยองก้มหน้านิ่งแต่ในใจกำลังเบิกบาน  นี่ถ้าได้เสนอชื่อเข้าชิงรางวัลดารานำชาย(?)ยอดเยี่ยมละก็  รางวัลแดซางปีนี้คงไม่พ้นมือเค้าเป็นแน่

 

 

 

เมื่อเทมโปทำอะไรไม่ถูก  มีหรือเบคคยองจะปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยไป  เบ็กกี้กระโดดลงจากตักของร่างสูงพร้อมกับทิ้งส้นเท้าทั้งสองข้างลงบนปลายเท้าของอีกคนเต็มแรง ทำเอาเทมโปที่ไม่ทันตั้งตัวเพราะมัวแต่ห่วงรุ่นพี่ร้องจ๊ากออกมาทันที เจ็บ T__T  เจ็บจนน้ำตาเล็ด  และถ้าหวังให้เบคคยองพอแค่นั้นละก็ ฝันให้เท็ดดี้มันจูบกับอิมแทบินยังน่าจะเป็นไปได้มากกว่า  พอลงมาได้เบ็กกี้ก็ไม่ลืมดันศอกไปด้านหลังกระแทกเสยคางมนแบบไร้ซึ่งความปราณี  จุดใบหน้าคมให้ขึ้นเขียวด้วยความเจ็บปวด

 

 

 

"เยส!!!"  เบ็กกี้ออกเสียงอย่างพออกพอใจก่อนจะหันไปสำรวจผลงานของตัวเองด้วยความสะใจ  ร่างสูงที่กำลังนั่งกุมเท้าตัวเองกับรอยแดงที่ใต้คางนั่น  ช่างเรียกความเบิกบานใจให้กับซองเบคคยองเสียจริง

 

 

 

เทมโปเงยหน้าขึ้นมองร่างเล็กทั้ง ๆ ที่มือทั้งสองข้างยังคงบีบกำปลายเท้าเพื่อบรรเทาอาการปวด  ดวงคมเข้มที่ส่งมาเต็มไปด้วยแววตัดพ้อและน้อยใจ  ทำเอาเบคคยองแทบ..................ตีลังกาเอาหัวโขกพื้น

 

 

 

'เฮ้  เฮ้!  เฮ้!!!!'  หยุดทำสายตาแบบนั้นนะ กรูผิดรึไงที่ทำแบบนี้  กรูต้องปกป้องสวัสดิภาพของตัวกรูเองสิ  ถึงเมิงตั้งใจจะดูแลกรู(ด้วยวิธีที่กรูรับไม่ได้)  แต่เจตนาเมิงไม่บริสุทธิ์นี่หว่า  อย่ามาทำท่าทางน้อยเนื้อต่ำใจให้กรูรู้สึกผิดได้มั้ยว่ะ

 

 

 

เทมโปยังคงนั่งนิ่งอยู่บนม้านั่ง  สองมือยังคงสติลนวดและกำปลายเท้าเพื่อคลายความเจ็บ  สลับกับยกมือขึ้นสัมผัสรอยแดงใต้คางบ้างเป็บครั้งคราว  ทำเอาคนไม่ผิด รู้สึกสำนึกผิดขึ้นมาซะอยางนั้น

 

 

 

"เฮ้อ" คนร่างเล็กถอนหายใจเฮืกใหญ่  มือบางเคลื่อนมาสัมผัสลงบนกลุ่มผมนุ่ม  เลื่อนขึ้นลงเบา ๆ อย่างปลอบประโลม  เทมโปหยุดการกระทำทุกอย่างเงยหน้ามองคนเป็นพี่ที่ยังคงลูบหัว  และมองเค้าด้วายตาอ่อนใจ

 

 

 

ก็เพราะอย่างนี้  เพราะพี่เป็นแบบนี้  ไม่ว่าจะเป็นเมื่อก่อนหรือเดี๋ยวนี้  มันเลยทำให้ผมไม่สามารถมองไปทิศทางอื่นที่ปราศจากพี่ได้เลยสักครั้ง  'ผมรักพี่'  เมื่อไหร่ผมจะกล้าพูดมันสักที

 

 

 

'หยุด - มอง - ฉัน - ด้วยสายตาแบบนั้นนะ'  เบคคยองกรีดร้องในใจเมื่ออีกคนกำลังทำสายตาแบ๊ว ๆ และใสซื่อ ตาเข้ม ๆ นั่นไม่มีแววของความน่ากลัวแม้แต่น้อย  มันเหมือนแววตาของลูกหมาที่กำลังอ้อนขอความรักยังไงยังงั้น  เทมโปกางมือทั้งสองข้างออกโดยยังใช้สายตาเว้าวอนมองหน้ารุ่นพี่ไม่หยุด  'ขอกอดหน่อย'  ภาษากายนั่นอ่านได้แบบนั้นเท่านั้น

 

 

 

โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกก  ไอ้กอลิล่าพันธ์ไซบีเรียฮัสกี้สมองล้มเหลว  เห็นกรูใจดีเข้าหน่อยจะขออะไรก็ได้รึไงกัน  ไม่มีทางโว๊ยยยยยยยยยยยยย  ไปลงนรกซะ

 

 

 

ซึงฮยอนยังคงไม่พูดอะไร  แต่ดวงตาเว้าวอนยังคงส่งมาไม่หยุด  เหมือนกับมีคำว่า นะ นะ นะ นะฮะ ส่งออกมาไม่หยุดทั้งที่ยังไม่ได้เอ่ยปากพูดด้วยซ้ำ  ทำเอาอีกคนนหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาซะอย่างนั้น

 

 

"..........."   นะ

 

 

"..........."   ไม่

 

 

"..........."   นะฮะ

 

 

"..........."   ไม่โว๊ย

 

 

"..........."  น้าาาาา

 

 

"..........."  อยากร้องไห้  TT__TT

 

 

 

เงียบ   ไม่มีใครพูดอะไรทั้งสิ้นแต่ทำไมเบคคยองกลับรู้สึกว่าตัวเองถูกรุกไม่หยุดอย่างประหลาด  ไอ่สายตาที่มีคำว่า  นะ  นะ นะ นะฮะ  ออกมาเป็นร้อย ๆ คำนั่นเป็นใครก็ต้องมองออก(เหรอ)

 

 

 

ขัดแย้งตัวเองอยู่ในใจแต่เท้ากลับถูกลากอย่างช้า ๆ ด้วยฝีมือของตัวเองเข้าไปใกล้คนตัวสูง  จะรู้ตัวอีกทีว่าตนเองเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ก็ตอนที่อ้อมแขนอุ่นถูกโอบรอบเองบาง และมีใบหน้าของอีกคนแนบอยู่ที่ตัวเค้า  มือบางยังคงลูบไล้ลงบนนเส้นผมสีดำขลับไม่หยุด

 

 

 

ไม่เข้าใจ  ไม่เคยเข้าใจตัวเองสักครั้ง  ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งเค้าก็ไม่สามารถปล่อยคนเอาแต่ใจคนนี้ไว้ได้เลย  ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกันจนกระทั้งวินาทีนี้  เหมือนกับมีแรงดึงดูดบางอย่างระหว่างเรา

 

 

 

แรงดึงดูดประหลาดที่อธิบายมันได้ด้วยคำว่า 'โชคชะตา'  เบคคยองเลื่อนแขนมาโอบรอบคอร่างสูง  เอาว่ะเราก็พี่น้องกัน  อย่างน้อยความอบอุ่นที่ได้รับคงช่วยให้เค้าอยู่รอดจนกระทั้งบรรดาเพื่อนที่เคารพจะมารับพวกเค้า

 

.

 

.

 

.

 


"วู้  วู้  เบ็กกี้  เบคคยองงงงงงงง  ท๊อปปปปปปปปป"  ทั้งสองคนหันมองไปทางต้นเสียง  ต้นเสียงที่มีแต่เสียง  เบ็กกี้ผละออกจากร่างสูงทันควันนึกได้ว่าตัวเองหลวมตัวทำอะไรไปหน้ามันก็เลยแดงขึ้นมาซะเฉย ๆ ผิดกับอีกคนที่กำลังหน้าระรื่นและแอบผิดหวังเล็ก ๆ ที่พวกนั้นมาเร็วเกินไป

 

 

 

"วู้ววววววว ไอ้เตี้ย" ชัดเจน  เสียงประสานของไอ้หมีกับจินฮวา ด่าพ่อด่าแม่ยังพอคบ  นี่เล่นล้อส่วนสูงกรูเดี๋ยวก็ตบให้น้ำในหูไม่เท่ากัน =__=

 

 

 

"กอลิล่า วู้ววววววว  ท๊อปฮยอง" 

 

 

 

เพื่อลดเวลา  พวกเราที่อยู่กับที่จึงตัดสินใจวิ่งไปตามเสียงเรียก  ก่อนที่พวกนั้นจะหลอดลมแตกพิการทางเสียงกันไปซะก่อน  และที่สำคัญก่อนที่พวกมันจะสรรหาคำเรียกได้เจ็บกว่านี้

 

 

 

"พี่ครับ  พี่ครับ  พวกเค้าอยู่นั่น"  เสียงแทยังเรียกทุกคนให้ดูผมกับเทมโปที่กำลังวิ่งอย่างเหนื่อยหอบเข้าหาพวกนั่น  สภาพช่างแตกต่างแกกันสิ้นเชิงเมื่ออีกฝ่ายกำลังเดินชมดาวชมเดือนแถมในมือยังถือโอเด้งกันคนละสองสามไม้  ยกเว้นเท็ดดี้ที่ผมคาดว่ามันคงเหมามาทั้งร้าน  สาบานเหอะว่าพวกมันห่วงผมสองคน

 

 

 

เพื่อน 1 tym เดินเข้ามาดูสภาพของเค้า  เท็ดดี้พยายามยื่นถุงโอเด้งให้เค้าเป็นเชิงขอโทษที่มันไม่ได้ดูแลผมตอนออกจากเวที  เค้าก็เลยส่งสายตาตำหนิกลับไป

 

 

 

"เห็นว่ากรูเป็นพวกเห็นแก่กินรึไง"

 

 

 

"ขอโทษน้าาาา  กรูผิดไปแล้ว"  เท็ดดี้มันพูดพร้อมกับก้มหัวลงมา  เค้าเลยได้โอกาสตบหัวทุย ๆ มันทีนึงก่อนที่จะกระชากถุงโอเด้งออกมาจากมือของมัน  555+ เริ่มอารมณ์ดีขึ้นมาทันใด

 

 

 

"เอ่อกรูยกโทษให้  กลับบ้านกันเถอะว่ะ  กรูเหนื่อย"  พูดจบก็หยิบโอเด้งขึ้นมากัดสองไม้รวดแบบไม่สงสารขนาดปากของตัวเอง  ทำเอาโอจินฮวาและอิมแทบินหัวเราะไปกับท่าทางน่ารักของเพื่อนตัวเล็ก  ก่อนที่เท็ดดี้จะถูกตบซ้ำลงบนมือที่ยื่นมาขอโอเด้งที่ตนเองบอกว่าซื้อมาเป็นของขอโทษ แล้วทุก ๆ คนก็ค่อยทยอยเดินมากันมาที่รถ

 

 

 

ซึงฮยอนดูจะไม่น่าเป็นห่วงสำหรับน้องในวงเท่าไหร่  ก็เรื่อง อึก ทึก และโง่(?) มันเป็นคุณสมบัติของพี่แกอยู่แล้วนี่หน่า  เทมโปมองตามหลังรุ่นพี่ในใจภาวนาให้คนข้างหน้าหันมา 'หันมา หันมา หันมาหน่อยสิฮะ  หันมา' แล้วก็หันมาจริง ๆ!!!! แต่เป็นอิมแทบินต่างหากที่หันมาเห็นจัง ๆ

 

 

 

ทุกคนหยุดเดินเมื่ออิมแทบินเดินกลับไปประจันหน้ากับเทมโป แทบินจ้องหน้าเทมโปแว่บหนึ่งก่อนที่จะเอ่ยปากออกมา  "เบ็กกี้  มานี่หน่อยดิ"  เล่นเอาคนตัวเล็กสะดุ้งโหยง  จ้องหน้าเทมโปแล้วมาเรียกกรูทำไมฟระแต่เค้าก็ยอมเดินไปหาแต่โดยดี

 

 

 

"อะ"  แทบินหยิบโอเด้งจากเบ็กกี้ยื่นส่งให้เทมโป  "เห็นจ้องอยู่ตั้งนานอยากกินทำไมไม่บอกว่ะ"

 

 

 

เทมโปทำหน้างง ๆ ยื่นมือออกมารับโอเด้งแต่โดยดี  ก่อนที่แดซองจะเริ่มขำและทุกคนก็ไม่สามารถห้ามเสียงหัวเราะของตัวเองได้อีกต่อไป  แล้วค่ำคืนนี้ก็จบลงไปด้วยเสียงหัวเราะ

 

 





100%  TBC


ก้มกราบขออภัย  แล้วก็วิ่งหนีไปด้วยความเร็วแสง  ฟิ้ว

**edit talk

ชักจะเหมือนฟิค  1 tym เข้าไปทุกวัน  555+ อีก 60% ก็ยังคงมีแต่เรื่องของเทมเบคล้วน ๆ แต่ตอนหน้าเป็นซึงจีแน่นอนค่ะ แต่ว่า แต่...... (เฮอ เฮอ หัวเราะแบบคนโรคจิต)  แล้วตอนหน้าก็มีตัวละครใหม่ด้วยนะคะ แถมยังมีเซอไพรส์ให้คนชอบยองเบด้วย

ปล.  มีความสุขกับการอ่านฟิคนี้นะคะ  เจอกันตอนหน้าค่ะ

ปล.2 เม้นให้กันก่อนออกไปนะคะ  เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์มีแรงใจแต่งต่อ  หรือจะเป็นติชมก็ได้ค่ะยินดีรับฟังทุกอย่างค่ะ บายบาย